แต่งงานเป็นประเพณีของไทยอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นการเริ่มต้นของการใช้ชีวิตครอบครัวของคนที่อยู่รวมกันเป็นสังคม ผู้ที่จะมีชีวิตเป็นครอบครัวได้คือมีหญิงและชายเป็นสามีภรรยากัน ซึ่งได้ทำการเข้าพิธีแต่งงานตามจารีตประเพณีไทย
รูปแบบพิธีกรรม ความเชื่อแต่ละภูมิภาคที่ตนได้อาศัยอยู่ในสังคมนั้น ๆ ละเชิญญาติสนิทมิตรสหายมาร่วมงาน
เพื่อเป็นสักขีพยานด้วยการเลี้ยงสังสรรค์กันตามแต่ฐานะ คนสมัยก่อนมีความเชื่อว่าการมีประเพณีแต่งงานขึ้นมานี้เพื่อ
ให้ทุก ๆ คนได้มาเป็นสักขีพยานว่าหญิงชายทั้งสองฝ่ายได้ตกลงยินยอมเป็นสามีภรรยากัน หากต่อไปมีลูกที่เกิดจากทั้งสองฝ่าย
จะต้องรับผิดชอบต่อลูกที่เกิดจะปฏิเสธว่าไม่ใช่ลูกของตนเอง หรือไม่เลี้ยงดูก็ไม่ได้ ทั้งนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับความเจริญของสังคม
ที่คนทั้งสองเป็นสมาชิกอยู่ เพราะหากสังคมใดมีจำนวนคนมาก สังคมนั้นก็มีความเจริญ ตรงข้ามกับสังคมที่มีคนจำนวนน้อย
สังคมในสมัยก่อนให้ความสำคัญของสังคมที่มีคนอยู่จำนวนมากเพราะเชื่อว่าคนหมู่มากได้ร่วมแรงร่วมใจช่วยกันประกอบการงาน
เพื่อความเจริญของส่วนรวม ไม่ว่าจะเป็นการประกอบอาชีพหรือป้องกันศัตรู
ด้วยเหตุผลเหล่านี้เอง
จึงมีคำอวยพรให้คู่บ่าวสาวว่า
ให้มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง หรือคำอวยพรของคนจีนที่ว่า ให้มีลูกถึงพันมีหลานถึงหมื่น เพราะคนจีนเชื่อว่าผู้ใดไม่มีลูก
เวลาตายไปจะเดือดร้อน เพราะไม่มีลูกหลานคอยเซ่นไหว้ให้กิน ส่วนคนไทยเชื่อว่าเมื่อมีลูก หากลูกได้บวชเรียนเป็นพระเป็นเณร
จะได้ช่วยพ่อแม่ไม่ให้ตกนรก หรือที่พูดติดปากว่า ให้พ่อแม่ได้เกาะชายผ้าเหลือง
งานแต่งงานของภาคเหนือเรียกว่า กินแขก หรือ เอาผัวเอาเมีย ซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่น
งานแต่งงานของภาคอิสานเรียกว่า กินดอง หรือ เอาผัวเอาเมีย ซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่น
งานแต่งงานของภาคกลางเรียกว่า กินสามถ้วย
งานแต่งงานของภาคใต้เรียกว่า กินเหนียว หรือ งานเมีย หรือ ไหว้เมียซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่น
แม้ว่าการแต่งงานแต่ละภูมิภาคจะแตกต่างกันออกไป ในเรื่องรูปแบบพิธีกรรม หรือตามความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น
ตลอดจนเศรษฐกิจและสังคม แต่สุดท้ายที่เหมือนกันคือ การสร้างความเป็นสิริมงคลให้แก่คู่บ่าวสาว เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ที่ดีต่อไป
................................ |
|